มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ : Google, Microsoft และ Samsung

 

จากเหตุที่ CCleaner โปรแกรมลบไฟล์ขยะยอดนิยมได้ถูกแฮกเกอร์โจมตี และใช้สำหรับแพร่กระจายมัลแวร์นั้น ดูเมือนว่าจะมีการพุ่งเป้าไปที่บริษัทเทคโนโลยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมาย  เว็บไซต์ Wired รายงานผลการตรวจสอบล่าสุดของ Avast (บริษัทแม่ของ CCleaner) และกลุ่มวิจัย Talos ของ Cisco ระบุว่า แฮกเกอร์ได้พุ่งเป้าโจมตีโดเมนภายในด้วย Payload ซึ่งออกแบบมาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และลอบเข้าไปยังอุปกรณ์ที่ได้รับการตั้งโปรแกรม CCleaner

  • Payload เป็นส่วนที่บรรจุคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอันตรายต่อเครื่องของเหยื่อ เช่น คำสั่งขโมยข้อมูล ลบไฟล์ หรือสร้าง Bot เป็นต้น

 

กลุ่มวิจัย Talos ได้เปิดรายชื่อโดเมนที่ถูกโจมตี ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ราว 20 บริษัท ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Google, Sony, Samsung, Intel, Akamai, Gauselmann (บริษัทสล็อตแมชชีนของเยอรมนี) รวมถึงบริษัทอื่นๆของประเทศสิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร

นักวิจัยได้ระบุเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้มีคอมพิวเตอร์ประมาณ 700,000 เครื่องที่ติดมัลแวร์ CCleaner ซ่ึ่งลดลงจากที่เคยประมาณการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีประมาณ 2.2 ล้านเครื่อง และมีคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 20 เครื่องที่เป็นเป้าถูกโจมตีด้วย Payload


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ที่มา : beartai

มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ : Google, Microsoft และ Samsung

 

จากเหตุที่ CCleaner โปรแกรมลบไฟล์ขยะยอดนิยมได้ถูกแฮกเกอร์โจมตี และใช้สำหรับแพร่กระจายมัลแวร์นั้น ดูเมือนว่าจะมีการพุ่งเป้าไปที่บริษัทเทคโนโลยักษ์ใหญ่ระดับโลกมากมาย  เว็บไซต์ Wired รายงานผลการตรวจสอบล่าสุดของ Avast (บริษัทแม่ของ CCleaner) และกลุ่มวิจัย Talos ของ Cisco ระบุว่า แฮกเกอร์ได้พุ่งเป้าโจมตีโดเมนภายในด้วย Payload ซึ่งออกแบบมาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และลอบเข้าไปยังอุปกรณ์ที่ได้รับการตั้งโปรแกรม CCleaner

  • Payload เป็นส่วนที่บรรจุคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอันตรายต่อเครื่องของเหยื่อ เช่น คำสั่งขโมยข้อมูล ลบไฟล์ หรือสร้าง Bot เป็นต้น

 

กลุ่มวิจัย Talos ได้เปิดรายชื่อโดเมนที่ถูกโจมตี ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ราว 20 บริษัท ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Google, Sony, Samsung, Intel, Akamai, Gauselmann (บริษัทสล็อตแมชชีนของเยอรมนี) รวมถึงบริษัทอื่นๆของประเทศสิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร

นักวิจัยได้ระบุเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้มีคอมพิวเตอร์ประมาณ 700,000 เครื่องที่ติดมัลแวร์ CCleaner ซ่ึ่งลดลงจากที่เคยประมาณการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีประมาณ 2.2 ล้านเครื่อง และมีคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 20 เครื่องที่เป็นเป้าถูกโจมตีด้วย Payload


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ที่มา : beartai

Google ประกาศปิดกั้นไม่ให้แนบไฟล์ที่เป็น JavaScript รับส่งผ่านทาง Gmail อีกต่อไป

Google ประกาศปิดกั้นไม่ให้แนบไฟล์ที่เป็น JavaScript รับส่งผ่านทาง Gmail อีกต่อไป

หากคุณต้องการที่จะแนบไฟล์ที่เป็นนามสกุล .js ไปกับอีเมล์เพื่อส่งไปหาใครก็ตามผ่านทางอีเมล์ คุณคงจะต้องเลือกใช้บริการอีเมล์ของผู้ให้บริการรายใดก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ใช่ Gmail

Google ได้ประกาศที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการแนบไฟล์ .js ผ่านทางอีเมล์อีกต่อไป โดยจะเริ่มมาตรการใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป นอกจากนี้จะรวมไปถึงไฟล์ที่เป็นนามสกุล .exe, .msc และ .bat อีกด้วย โดยหลังจากวันที่ 13 หากเราแนบไฟล์นามสกุลดังกล่าว จะพบกับหน้าต่างแจ้งเตือนว่า “ไฟล์ถูกปิดกั้นเพื่อรักษาความปลอดภัย” โดย Gmail สามารถตรวจสอบไฟล์ .js ได้แม้ว่าเราจะบีบอัดไฟล์เป็นนามสกุล .zip, .tgz, .gz หรือ .bz2 แล้วก็ตาม

Google ประกาศปิดกั้นไม่ให้แนบไฟล์ที่เป็น JavaScript รับส่งผ่านทาง Gmail อีกต่อไป

โดยธรรมชาติแล้ว ไฟล์ JavaScript (.js) ไม่ได้มีอันตราย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ แฮกเกอร์สามารถทำไฟล์ JavaScript ที่เมื่อเราคลิกไฟล์แล้ว จะทำตัวเป็นตัวช่วยดาวน์โหลดไฟล์สำหรับไฟล์ Ransomware หรือ Malware ต่างๆ ได้ ทั้งนี้หากต้องการจะส่งไฟล์ .js จริงๆ ผู้ใช้งานจะต้องอัพโหลดไฟล์ขึ้นไปใน Google Drive ก่อน แล้วจึงค่อยส่งลิงค์ไปให้ผู้รับดาวน์โหลดไฟล์   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ กาฬสินธุ์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?
ที่มา : gsuiteupdates.googleblog.com , engadget.com

ความต้องการใช้เทคโนโลยี VR และ AR จะลดลงในปี 2017

เทคโนโลยี VR และ AR พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน ได้รับการเปิดตัวและสร้างความน่าสนใจให้แก่ผู้บริโภคไปได้ค่อนข้างมาก แต่ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแล้ว

960x0

ในปี 2016 เราได้เห็นบริษัทใหญ่ๆ มากมาย ต่างพากันลงทุนพัฒนาอุปกรณ์สำหรับรองรับการใช้งานเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) และ (Augmented Reality) โดยทาง IDC ได้การคาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์และเทคโนโลยีดังกล่าวจะเพิ่มมากว่า 150 ล้านเหรียญ (ประมาณ 5.3 พันล้านบาท) ภายในปี 2020  แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนี้นั้นแตกต่างออกไป

img_0818-1-1050x700

สิ่งที่น่่าวิตกเป็นอย่างยิ่งก็คือ “ราคา” ต่อเครื่องที่สูงเกิด และการ “ขาดแคลน” เกมหรือสื่อการเรียนการสอน โดยหลายบริษัทได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับยอดจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าวได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ ไม่ว่าจะเป็น  Google Daydream View, Oculus Rift, Samsung Gear VR, Sony PSVR และ  HTC Vive

ถึงแม้ว่าบริษัทใหญ่ๆอย่าง Google, Samsung และ Sony อาจจะไม่เดือนร้อนกับความต้องการในอุปกรณ์เทคโนโลยีดังกล่าวที่คาดว่าจะลดลง แต่บริษัทที่ขนาดเล็กลงมาอย่าง HTC อาจจะต้องประสบเหตุวิกฤติในปี 2017 เนื่องจากยอดจำหน่ายในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกที่ลดลง และ HTC Vive ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ผู้ผลิตคอมพิเวอร์อย่าง Acer และ Austek ก็อาจต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับ HTC ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 บริษัทต่างลงทุนไปอย่างมหาศาลในการพัฒนาอุปกรณ์ AR และ VR ด้วยเช่นกัน และผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ก็คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2017 นี้   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ระยอง ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena.com

CEO Google พูดถึง ผลกระทบจากข่าวปลอม พร้อมแนวทางแก้ปัญหา

CEO Google พูดถึง ผลกระทบจากข่าวปลอม พร้อมแนวทางแก้ปัญหา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวปลอมบนสังคมออนไลน์ ค่อนข้างมีผลต่อผู้คนบนสังคมออนไลน์ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะนอกจากมันจะทำให้ผู้คนเข้าใจผิดแล้ว มันยังทำให้ความน่าเชื่อถือที่มีต่อสื่อลดน้อยลง เนื่องจากแยกข่าวปลอมกับข่าวจริงไม่ออก (เหมือนกันเกิน!)

CEO Google พูดถึง ผลกระทบจากข่าวปลอม พร้อมแนวทางแก้ปัญหา

นาย ซันดาร์ พิชัย CEO ของ Google ออกมากล่าวว่า “Google ไม่สนับสนุนการนำเสนอคอนเทนท์จากสื่อปลอม ฉะนั้นภายในอาทิตย์นี้ Google จะทำการนำ AdSense ออกจากแหล่งข่าวปลอมต่างๆ  ”

นอกจากนี้ นายซันดาร์ พิชัย ยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า “Google พยายามที่จะนำคอนเทนท์ที่มีคุณภาพออกมาให้คุณได้ชมกัน แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้ Google ดึงคอนเทนท์จากสื่อปลอมออกมาด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ Google กำลัง พัฒนาอัลกอริทึ่ม ให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้น”

CEO Google พูดถึง ผลกระทบจากข่าวปลอม พร้อมแนวทางแก้ปัญหา

ไม่กี่วันก่อน Facebook ก็มีปัญหาเหล่านี้เหมือนกัน ทำให้ นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO Facebook ออกมาโพสต์ลง Facebook ส่วนตัวถึงเรื่อง ข่าวปลอมการเลือกตั้งที่ถูกปล่อยออกมาบน Facebook อย่างต่อเนื่องว่า “แม้ว่าจะมีคอนเทนท์จากสื่อปลอมอยู่บ้าง มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง และถ้าหากว่ากันตามจริงแล้ว Facebook นั้นก็ยังมีคอมเทนท์จากสื่อจริงอยู่มากกว่า 99% เลยทีเดียว”   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ฉะเชิงเทรา ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?
ที่มา : www.theverge.com

กรมประชาฯร่วมกูเกิล เปิดลงชื่อแสดงความอาลัย ปักริบบิ้นดำบนแผนที่โลก!

883-e1477146987435กรมประชาสัมพันธ์ และ google เปิดให้ทุกคนสามารถลงชื่อแสดงความอาลัย ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก โดยเข้าไปที่ Map of Memory และทำการลงชื่อแสดงความอาลัย พร้อมทั้งระบุตำแหน่งเพื่อปักริบบิ้นบนแผนที่ของ Google Maps และสามารถเข้าไปชม Map of Memory จากทั่วโลกได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรมประชาฯร่วมกูเกิล เปิดลงชื่อแสดงความอาลัย ปักริบบิ้นดำบนแผนที่โลก!

ลงนามแสดงความอาลัย
https://sites.google.com/site/mapofmemory/

ชม Map of Memory
https://sites.google.com/site/mapofmemory/map

ที่มา matichon