อม”พระรอด”..แต่ไม่รอด เสี่ยหนุ่ม-พริตตี้สาวซิ่งบีเอ็มแหกด่าน ตร.ค้นรถถึงผงะ!!

 

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พ.ต.ท.ไพศาล ศรีสวัสดิ์ สวป.สภ.หลังสวน เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา18.30 วันที่ 7 ตค. ในขณะที่ ตั้งด่านตรวจบนถนนสาย หลังสวน-ละแม ต.บ่างมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเดือน ตค.นี้ ได้มีรถเก๋งบีเอ็ม รุ่น 320D สีขาว ทะเบียน2 กถ 366กทม. แล่นมาด้วยความเร็วสูง ตอนแรกทำทีเหมือนจะจอดรถให้ตรวจค้น แต่กลับเร่งความเร็วแหกด่านตรวจ ไปในทิศทาง อ.ละแม จ.ชุมพร

ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์กะบะสายตรวจ ไล่ติดตามรถเก๋งบีเอ็มวิ่งหนีเข้าไปในซอยตัน แล้วถอยหลังออกมาด้วยความเร็ว พุ่งชนรถสายตรวจตำรวจอย่างแรง จนตำรวจต้องหักหลบ แต่ ทำให้รถด้านคนขับเสียหายพังทั้งแถบ คนร้ายภายในรถ ซึ่งเป็นชายหนุ่ม 1 คน และหญิงสาวสวยอีก 1คน ยังคงจะขับรถหลบหนีต่อ

ในจังหวะนั้นได้มีรถจยย.ของชาวบ้าน วิ่งเข้ามาจอดริมถนน ในจุดที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เป็นผู้ชายจึงวิ่งออกมาจากรถบีเอ็ม ตรงเข้าไปชิงรถจยย.ของชาวบ้าน แล้วขับหลบหนี ทำให้ ตำรวจสายตรวจ 2 คนที่ติดตามเข้าไปติดๆ พุ่งกระชากตัวคนร้าย และ ดึงรถ จยย.ไว้ได้ ทำให้คนร้ายสิ้นฤทธิ์ ยอมให้จับกุม

 

 

จากการสอบสวนคนร้ายรายนี้มีชื่อว่านายสินชัย สอนสินลา อายุ 31 ชาวอ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เป็นเจ้าของแผงเช่าพระขนาดใหญ่ใน อ.เมืองชุมพร และน.ส.ศิริรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวอ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เป็นพริตตี้ โชว์ตามงานมอเตอร์โชว์

จากการสอบสวน นส.ศิริรัตน์ให้การว่า รู้จักกับนายสินชัย หรือเสี่ยอ้วน มาร่วม 2 ปี เมื่อ 2-3 วันก่อนได้ ขับรถบีเอ็มคันดังกล่าว มาจากกทม. มาหานายอ้วนที่ชุมพร เพื่อไปเที่ยวด้วยกันที่ จ.สุราษฏร์ธานี จนกระทั่งเช้าวันนี้ได้ออกจากสุราษฏร์ธานี แวะทำบุญตามวัดต่างๆ มีนายอ้วนเป็นผู้ขับรถ จนเข้าเขต อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายอ้วนก็มีอาการ คล้ายคนถูกของขลัง มีอาการพูดจาเพ้อ ยกมือไหว้ตลอดเวลา จนกระทั่งมาเจอด่านตำรวจ และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นทั้งในตัวของคนทั้ง 2 และในรถยนต์ ในที่สุดก็พบว่าในกระโปรงท้ายรถ มีอาวุธปืน 9 มม.แมกนั่ม มีทะเบียน บรรจุกระสุนปืนเต็มแม็ก แต่ที่น่าตะลึง คือยังพบกระสุนปืน ขนาดต่างๆ อาทิ .380 จำนวน 40 นัด ขนาด7.56 จำนวน 7 นัด ขนาด9 มม.จำนวน 19 นัด ขนาด.22 จำนวน 4 นัด รวมกระสุนทั้งสิ้น 69 นัด เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ 1 เครื่อง

 

จากการตรวจสอบ ไม่พบว่านายอ้วนมีใบอนุญาตพกอาวุธปืน อีกทั้งนายอ้วนยังให้การวกวน จับใจความไม่ได้ แต่ยอมรับว่าปืนและกระสุนปืนเป็นของตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่านายอ้วนอม “พระรอด” ที่เป็นเครื่องรางของขลังในปากตลอดเวลา จนตำรวจถึงกับเอ่ยปากว่า ”คราวนี้พระรอด แต่คนไม่รอดเสียแล้ว”

เมื่อตรวจประวัติของนายอ้วนยังพบว่า เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ตำรวจตั้งข้อหานายสินชัย หรือ อ้วนว่า มีอาวุธปืนในครอบครองโดยไมได้รับอนุญาต พกพาปืนไปในทางสาธารณะโดยไมได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็น ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ส่วน นส.ศิริรัตน์ พริตตี้สาวสวย ชื่อดัง ตำรวจปล่อยตัวไป

สำหรับนายสินชัย หรือนายอ้วน เป็นกลุ่มลูกคนรวยของเมืองชุมพร มีแผงเช่าพระเครื่อง ที่ บริเวณซุ้มประตูเมืองชุมพรเขาพาง ครอบครัวมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี มีเงินพกพาครั้งหลายแสนบาทอยู่เป็นประจำ

 

ที่มา : khaosod


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

อม”พระรอด”..แต่ไม่รอด เสี่ยหนุ่ม-พริตตี้สาวซิ่งบีเอ็มแหกด่าน ตร.ค้นรถถึงผงะ!!

 

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พ.ต.ท.ไพศาล ศรีสวัสดิ์ สวป.สภ.หลังสวน เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา18.30 วันที่ 7 ตค. ในขณะที่ ตั้งด่านตรวจบนถนนสาย หลังสวน-ละแม ต.บ่างมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตามนโยบายกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเดือน ตค.นี้ ได้มีรถเก๋งบีเอ็ม รุ่น 320D สีขาว ทะเบียน2 กถ 366กทม. แล่นมาด้วยความเร็วสูง ตอนแรกทำทีเหมือนจะจอดรถให้ตรวจค้น แต่กลับเร่งความเร็วแหกด่านตรวจ ไปในทิศทาง อ.ละแม จ.ชุมพร

ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์กะบะสายตรวจ ไล่ติดตามรถเก๋งบีเอ็มวิ่งหนีเข้าไปในซอยตัน แล้วถอยหลังออกมาด้วยความเร็ว พุ่งชนรถสายตรวจตำรวจอย่างแรง จนตำรวจต้องหักหลบ แต่ ทำให้รถด้านคนขับเสียหายพังทั้งแถบ คนร้ายภายในรถ ซึ่งเป็นชายหนุ่ม 1 คน และหญิงสาวสวยอีก 1คน ยังคงจะขับรถหลบหนีต่อ

ในจังหวะนั้นได้มีรถจยย.ของชาวบ้าน วิ่งเข้ามาจอดริมถนน ในจุดที่เกิดเหตุ คนร้ายที่เป็นผู้ชายจึงวิ่งออกมาจากรถบีเอ็ม ตรงเข้าไปชิงรถจยย.ของชาวบ้าน แล้วขับหลบหนี ทำให้ ตำรวจสายตรวจ 2 คนที่ติดตามเข้าไปติดๆ พุ่งกระชากตัวคนร้าย และ ดึงรถ จยย.ไว้ได้ ทำให้คนร้ายสิ้นฤทธิ์ ยอมให้จับกุม

 

 

จากการสอบสวนคนร้ายรายนี้มีชื่อว่านายสินชัย สอนสินลา อายุ 31 ชาวอ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เป็นเจ้าของแผงเช่าพระขนาดใหญ่ใน อ.เมืองชุมพร และน.ส.ศิริรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวอ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เป็นพริตตี้ โชว์ตามงานมอเตอร์โชว์

จากการสอบสวน นส.ศิริรัตน์ให้การว่า รู้จักกับนายสินชัย หรือเสี่ยอ้วน มาร่วม 2 ปี เมื่อ 2-3 วันก่อนได้ ขับรถบีเอ็มคันดังกล่าว มาจากกทม. มาหานายอ้วนที่ชุมพร เพื่อไปเที่ยวด้วยกันที่ จ.สุราษฏร์ธานี จนกระทั่งเช้าวันนี้ได้ออกจากสุราษฏร์ธานี แวะทำบุญตามวัดต่างๆ มีนายอ้วนเป็นผู้ขับรถ จนเข้าเขต อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายอ้วนก็มีอาการ คล้ายคนถูกของขลัง มีอาการพูดจาเพ้อ ยกมือไหว้ตลอดเวลา จนกระทั่งมาเจอด่านตำรวจ และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นทั้งในตัวของคนทั้ง 2 และในรถยนต์ ในที่สุดก็พบว่าในกระโปรงท้ายรถ มีอาวุธปืน 9 มม.แมกนั่ม มีทะเบียน บรรจุกระสุนปืนเต็มแม็ก แต่ที่น่าตะลึง คือยังพบกระสุนปืน ขนาดต่างๆ อาทิ .380 จำนวน 40 นัด ขนาด7.56 จำนวน 7 นัด ขนาด9 มม.จำนวน 19 นัด ขนาด.22 จำนวน 4 นัด รวมกระสุนทั้งสิ้น 69 นัด เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ 1 เครื่อง

 

จากการตรวจสอบ ไม่พบว่านายอ้วนมีใบอนุญาตพกอาวุธปืน อีกทั้งนายอ้วนยังให้การวกวน จับใจความไม่ได้ แต่ยอมรับว่าปืนและกระสุนปืนเป็นของตนเอง นอกจากนี้ยังพบว่านายอ้วนอม “พระรอด” ที่เป็นเครื่องรางของขลังในปากตลอดเวลา จนตำรวจถึงกับเอ่ยปากว่า ”คราวนี้พระรอด แต่คนไม่รอดเสียแล้ว”

เมื่อตรวจประวัติของนายอ้วนยังพบว่า เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ตำรวจตั้งข้อหานายสินชัย หรือ อ้วนว่า มีอาวุธปืนในครอบครองโดยไมได้รับอนุญาต พกพาปืนไปในทางสาธารณะโดยไมได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็น ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ส่วน นส.ศิริรัตน์ พริตตี้สาวสวย ชื่อดัง ตำรวจปล่อยตัวไป

สำหรับนายสินชัย หรือนายอ้วน เป็นกลุ่มลูกคนรวยของเมืองชุมพร มีแผงเช่าพระเครื่อง ที่ บริเวณซุ้มประตูเมืองชุมพรเขาพาง ครอบครัวมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี มีเงินพกพาครั้งหลายแสนบาทอยู่เป็นประจำ

 

ที่มา : khaosod


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

เอมี่ อาเมเรีย เสียใจทำแม่ผิดหวัง ตั้งใจกลับตัวหลังจากนี้ – ส่งฝากขัง 20 ก.ย.

  ตำรวจเตรียมส่งตัวเอมี่ อาเมเรียกับแฟนหนุ่ม ฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี 20 กันยายนนี้ หลังสอบปากคำเสร็จ โดยเจ้าตัวเสียใจที่ทำให้แม่ผิดหวัง พร้อมขอโทษทุกอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนักแสดงชื่อดัง และนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ เกี่ยวกับคดียาเสพติดนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 เว็บไซต์ไบรท์ ทีวี ช่อง 20 เปิดเผยว่า นางสาวเอมี่ ยืนยันทั้งน้ำตา ตัวเองเป็นผู้เสพ ไม่ได้เป็นผู้ค้า ไม่เคยชักชวนเพื่อนในวงการบันเทิงเสพแต่อย่างใด ส่วนเรื่องแฟนหนุ่มคบหากันเพียง 2 เดือน ก่อนที่แฟนหนุ่มจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน และไม่คิดว่าแฟนหนุ่มจะนำยาเสพติดเข้ามาในบ้านเยอะขนาดนี้

นอกจากนี้ ตนยังเสียใจที่ทำให้แม่ผิดหวัง พร้อมกับขอโทษทุกอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะกลับตัวและทำประโยชน์แก่สังคม ทั้งนี้ เมื่อพนักงานสอบสวน สน.สายไหม สอบปากคำและแจ้งข้อหาเสร็จ จะส่งตัวทั้ง 2 คนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีวันที่ 20 กันยายนต่อไป


รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

มือยิง 2 ดร. ,ส่งแชท,สั่งเสีย,ตำรวจ,ปูพรมหา,ยังไร้แวว

มือยิง 2 ดร. ส่งแชทมาสั่งเสีย ตำรวจปูพรมหา-ยังไร้แวว

มือยิง 2 ดร. ส่งแชทมาสั่งเสีย ตำรวจปูพรมหา-ยังไร้แวว

พยานคนสนิทโชว์ข้อความจาก “วันชัย” บอกคล้ายสั่งเสีย หลังก่อเหตุยิง 2 ด็อกเตอร์ดับ ตำรวจเร่งไล่ล่า หลังศาลออกหมายจับ

เมื่อวันที่ (19 พ.ค.) จากกรณีเหตุบุกยิง 2 อาจารย์ระดับด็อกเตอร์เสียชีวิต คารั้วมหาวิทยาลัยย่านบางเขน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามสืบหาผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง หลังศาลอนุมัติออกหมายจับแล้ว ส่วนสาเหตุการสังหารครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นความคับแค้นใจส่วนตัว หลังพบมีประวัติขัดแย้งกับหนึ่งในผู้เสียชีวิต

ภายหลังจากที่ ศาลอาญารัชดา ได้อนุมัติออกหมายจับ นายวันชัย ดนัยตโมนุท อายุ 60 ปี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต หลังก่อเหตุยิง ดร.พิชัย ชัยสงคราม อายุ 50 ปี และ ดร.ณัฐพล ชุมวรฐายี อายุ 50 ปี เสียชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหรรถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างหนึ่งในอาจารย์ที่เสียชีวิต ล่าสุดมีสอบปากคำพยานไปบ้างแล้ว และถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ขณะที่เมื่อวันที่ (18 พ.ค.) หนึ่งในพยานได้มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับโชว์ข้อความสนทนาผ่านทางแอปพลิเคชั่นแชทชื่อดัง ระบุว่า นายวันชัย ได้พิมพ์ข้อความแปลกๆ ส่งมาหา ตอนแรกก็ค่อนข้างประหลาดใจ กระทั่งมาทราบข่าวจึงผูกโยงเรื่องราวว่าน่าจะเกี่ยวกับกรณีเดียวกัน

จากข้อความแชทดังกล่าว นายวันชัย ส่งมาในทำนองสั่งเสียและอำลา ระบุว่า “เฮียเฮง ผมขอกราบลา หากผมตายไป ขอให้เอาศพไปสวด 3 วันที่วัดแถวบ้านเฮียที่ลำลูกกา แล้วเผานะครับ” ทำให้พยานที่ได้รับข้อความดังกล่าว ส่งข้อความเตือนสติกลับไปและขอให้เข้ามอบตัว

พยานคนดังกล่าว ยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยทราบมาว่า นายวันชัย มีเรื่องเครียดๆ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใด เพราะอีกฝ่ายไม่เคยเล่าให้ฟัง นายวันชัย เป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ปัจจุบันอาศัยอยู่เพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นายวันชัย แต่อย่างใด แต่เชื่อว่าน่าจะยังหนีกบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งผลจากการตรวจค้นสถานที่ต่างๆ เมื่อคืนนี้ก็ยังไม่พบตัว ขณะที่ทางด้านญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ต่างรู้สึกเศร้าเสียใจกับการสูญเสีย โดยมีการติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาแล้ว