วี วิโอเลต ปฏิเสธแรง!! งานมีทำ…ไม่เคยเฝ้า แอมมี่ เล่นคอนเสิร์ต

วี วิโอเลต ปฏิเสธแรง!! งานมีทำ...ไม่เคยเฝ้า แอมมี่ เล่นคอนเสิร์ต

602eabe3c2c63251d82ed16b4b7ee8fe_1471973181

วี วิโอเลต ปฏิเสธแรง!! งานมีทำ…ไม่เคยเฝ้า แอมมี่ เล่นคอนเสิร์ต

ถึงแม้จะไม่อยากพูดถึงสถานะความสัมพันธ์ระหว่างนักร้องหนุ่ม “แอมมี่ The Bottom Blues” ว่าเป็นอะไรกัน แต่ล่าสุดมีตาดีเห็นสาว “วี วิโอเลต” คอยเฝ้าฝ่ายชายตามคอนเสิร์ตต่างๆ งานนี้สาววีถึงกับรีบออกมาปฏิเสธให้ฟังชัดๆ ว่า ไม่เคยไปตามเฝ้าเลย เพราะส่วนตัวก็มีงานทำอยู่แล้ว พร้อมเผยเริ่มชินกับการเป็นข่าวและถูกจับตามอง จึงไม่อยากเกร็งและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแบบสบายๆ

เห็นล่าสุดเห็นโพสต์รูปคู่น้องลัลลาเบล แล้วไอด้าเข้ามาคอมเม้นท์?
“อ๋อใช่ค่ะ อย่างที่บอกว่ารู้จักกับพี่ไอด้าด้วย รูปล่าสุดพี่เขาก็บอกว่า เกินเรื่องมาก เพราะลัลลาเบลโพสต์ท่าใหญ่มาก”

ความสนิทสนมกับน้องลัลลาเบลเป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็สนิทประมาณนึงค่ะ วีเป็นคนที่สนิทกับเด็กง่ายอยู่แล้วค่ะ ถ้าเข้าไปดูในไอจีจะเห็นว่ามีเด็กเยอะมาก วีว่าวีต๊องกว่าเด็กมากค่ะ (หัวเราะ)”

สนิทแบบนี้จะมีโอกาสได้เห็นทริปไปเที่ยวด้วยกันไหม?
“ไม่มีนะคะ จริงๆ วีก็สนิทกับน้องชื่นใจด้วย ลูกพี่ บอย ตรัย เด็กๆ น่ารัก ชอบ”

เราให้น้องลัลลาเบลเรียกตัวเองว่าอะไร?
“วีชอบให้เด็กๆ ทุกคนเรียกวีว่า วีวี ไม่อยากให้เรียกพี่ เรียก วีวี น่ารักกว่า”

เจอกับน้องบ่อยไหม?
“ไม่บ่อยค่ะ”

เคยมีโอกาสไปเที่ยวกับแอมมี่ ไอด้า และเบ็นไหม?
“ไม่เกี่ยวๆ (หัวเราะ) ไม่มีนะคะ”

จากนี้ไม่ได้เกร็งหรือคิดว่าต้องระวังตัวอะไรเป็นพิเศษแล้วใช่ไหม?
“ตอนแรกวีรู้สึกเกร็งไปหมด เพราะทุกคนจับตามองวีไปหมด จนวีรู้สึกไม่เป็นตัวเองแล้ว แต่ตอนนี้วีรู้สึกว่าเราจะมาเกร็งทำไม ทำตัวสบายๆ ของเราดีกว่า”

ความสนิทกับแอมมี่ตอนนี้มากน้อยแค่ไหน?
“ก็คุยกันบ้าง ปกติ ไม่มีอะไรค่ะ”

มีคนเห็นเราตามไปเฝ้าแอมมี่ตามคอนเสิร์ต?
“ไม่มีนะคะ อันนี้วีสามารถพูดได้ เพราะวีก็มีงานของวี แทบไม่มีเวลาอยู่กับที่บ้านเลยด้วยซ้ำ ไม่มีไปตามเฝ้าแน่นอนค่ะ คือตอนนี้ข่าวอะไรก็เกิดขึ้นได้ วีเลยรู้สึกเฉยๆ ไปแล้ว”

แสดงว่าเราเริ่มชินกับข่าวแล้ว?
“ก็ประมาณนึง รู้สึกว่าเอามาใส่ใจก็เหนื่อยแล้วอ่ะ”

เครดิตภาพ IG: violettewautier

เบเบ้ งานเข้า! ถูกเปรียบเทียบแต่งตัวคล้าย ใบเตย

เบเบ้ งานเข้า! ถูกเปรียบเทียบแต่งตัวคล้าย ใบเตย

48136a61a1139a44c749b16595c2aca1_1471975403

เบเบ้ งานเข้า! ถูกเปรียบเทียบแต่งตัวคล้าย ใบเตย

อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นประเด็นเสียแล้ว สำหรับสาวร่างเล็ก “เบเบ้ ธันย์ชนก” ที่ล่าสุดถูกเปรียบเทียบการแต่งตัวทั้งเสื้อผ้าและสไตล์ที่ดูจะคล้ายนักร้องสาวลูกทุ่ง “ใบเตย อาร์สยาม” งานนี้สาวเบเบ้เลยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับกระแสข่าว เพราะเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้เป็นประเด็นได้ ส่วนตัวมองว่าถึงเสื้อผ้าจะคล้ายกันแต่ก็ยังคนละสไตล์

เห็นถ่ายรูปชุดว่ายน้ำลงไอจี?
“อ่อ อันนั้นคือไปน่วมงานแต่งของพี่สะใภ้แล้วที่บางแสนก็ลงเล่นน้ำด้วยค่ะ”

ก่อนลงรูปได้ขออนุญาตบูมไหม?
“พี่บูมเป็นคนถ่ายให้ค่ะ(หัวเราะ)”

โชว์เซ็กซี่บ่อยๆ สามีว่ายังไงบ้าง?
“ไม่ว่าอะไรค่ะ เหมือนเราไปออกกำลังกายด้วยกัน พัฒนาร่างกายเหมือนกัน”

ตั้งแต่เฟิร์มดูเหมือนจะโพสต์รูปเซ็กซี่บ่อย?
“ก็ไม่บ่อยนะ คือไปทีเดียวแล้วถ่ายหลายรูป เหมือนไป 10 วัน รูปเยอะ แต่ถ้าในเรื่องของการออกกำลังกายการใส่สปอร์ตบาร์ ใส่เลกกิ้งรัดรูปเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วค่ะ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้โชว์บ่อยแต่เราแต่งตัวให้เข้ากับสถานการณ์มากกว่า ตัวเราเองก็สังเกตุตัวเองด้วย เพราะพอออกกำลังกายรูปร่างเราก็ชัดเจนมากขึ้น ดูพัฒนาการตัวเองว่าดีขึ้นหรือยัง มีข้อบกพร่องอะไรต้องปรับปรุงหรือเปล่า คือโพสต์ให้ตัวเองและลูกเพจดูเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เขา”

พอใจในรูปร่างตัวเองแค่ไหน?
“ยังไม่ดีที่สุด มันยังดีขึ้นไปได้เรื่อยๆ การออกกำลังกายผลมันไม่ได้มาทันทีเลย ต้องอาศัยวินัย ความใส่ใจ สมมุติวันนี้เรารูปร่างดี แต่อีกสัก2-3วัน เรากินหลุดไปไปหรือเกิดไม่สบาย ไม่ได้ออกกำลังกายหรือไม่ดูแลตัวเอง รูปร่างที่ดีก็หายไปได้”

บูมมีสกรีนรูปก่อนไหม?
“ก่อนจะลงก็ให้เขาดูก่อนว่าโอเคไหม โป๊ไปหรือเปล่า ถ้าเขาโอเคก็ลงได้”

เขาหวงไหม?
“ไม่ค่อยหวงในเรื่องนี้ค่ะ”

เห็นรูปเราโชว์บั้นท้ายด้วย?
“อาจจะเป็นผลจากการออกกำลังกายด้วย ก้นก็เลยดูชัดขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะแบนๆ ธรรมดา”

อย่างนี้จะมีถ่ายเซ็กซี่ให้เห็นกันไหม?
“มีติดต่อเข้ามานะ แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าไม่ถ่าย เพราะเราไม่ได้ถนัดในการโพสต์รูปให้ดูเซ็กซี่จริงจัง และก่อนแต่งงานคุณแม่เป็นคนดูแลท่านก็ไม่อยากให้ถ่าย เราก็ไม่อยากให้ท่านเสียความรู้สึกว่าแต่งออกมาแล้ว หลุดจากความดูแลแม่แล้วถ่ายเลยหรอ เคยเป็นยังไงก็อยากเป็นอย่างนั้น เกรงใจครอบครัว เกรงใจคนรอบข้างทุกคน แต่ถ้าเป็นแนวสปอร์ตเหมือนที่ถ่ายลงไอจีก็อาจจะพอได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่ติดต่อมาคืออยากจะให้เป็นแนวเซ็กซี่เลย”

เสียดายรายได้ไหม?
“ไม่ค่ะ”

ภาพโชว์บั้นท้ายก็มีคนเอาไปเปรียบเทียบกับใบเตย?
“อย่าเอาไปเปรียบเทียบกันเลย น้องเขาออกแนวเซ็กซี่”

ซีเรียสไหม?
“ไม่ค่ะ เห็นข่าวแล้วขำๆ ค่ะ คิดว่าน้องเองก็ไม่เครียด การเปรียบเทียบเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเวลาคนเห็นเราแต่งตัวคล้ายๆ กันเป็นเหมือนสีสันของข่าวมากกว่า”

มีโชว์ท่ายากด้วย?
“อยากให้มองเป็นศิลปะการเต้นแอโรฮูบมากกว่า”

เครดิตภาพ IG: thisisbebe, bitoeyrsiam

เปิดหมดเปลือก…ชีวิตและหัวใจ “พิมพ์มาดา”

เปิดหมดเปลือก...ชีวิตและหัวใจ "พิมพ์มาดา"

 5_1471848755

3_1471848754

เปิดหมดเปลือก…ชีวิตและหัวใจ “พิมพ์มาดา”

พิมพ์มาดา เปิดเผยเรื่องราวความรักของตัวเองแบบหมดเปลือกถึงแฟนคนแรก กัปตัน และ ว่าน ธนกฤต ที่ผ่านพ้นไป

รายการ “คลับ ฟรายเดย์ โชว์ based on celeb story” ออกอากาศไปเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เปิดเรื่องจริงจากหัวใจคนดังของ “พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร” สาวตาโต แก้มป่อง น่ารักแบบแบ๊วๆ แต่หัวใจของเธอนั้นกลับแข็งแกร่งจนทำให้เธอสามารถต่อสู้กับมรสุมชีวิต ทั้งเรื่องของหัวใจและเรื่องของโรคมะเร็ง ช่วงเวลาเหล่านั้นจะสาหัสขนาดไหน เรื่องราวดังกล่าวถูกถ่ายทอดจากปากของเธอเอง

พิมพ์ เปิดใจว่า “ตอนเด็กพิมพ์เรียบร้อยมากๆ มีที่บ้านรับ-ส่งจนถึง ม.6 พูดง่ายๆคือตั้งแต่เกิด

“จนถึง ม.6 ชีวิตพิมพ์เป็นอะไรที่เบสิกมาก เหมือนเดิมทุกวันไม่มีอะไรหวือหวา และพอเข้ามหาลัย มันเป็นช่วงเดียวกันกับที่พิมพ์ได้เข้าวงการพอดี เวลาไปเรียนก็เริ่มมีคนจำได้ แล้วหน้าตาพิมอาจจะดูแบ๊วๆไม่ดุ ก็เลยมีคนเข้ามาจีบอยู่ตลอดอ่ะ”

“แต่คนที่ได้ชื่อว่าคบกันและเรียกแทนกันว่า “แฟน”คนแรกของพิม ก็คือ พี่กัปตันซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ว้าวมากๆ คบกันได้ 2 ปี ก็ห่างกันไป พิมค่อนข้างเฮิร์ตพอสมควร เพราะนี่คือการอกหักครั้งแรกในชีวิต”

“ส่วนรักครั้งที่ 2 กับคนนอกวงการที่คบกันเกือบ 10 ปี ทุกอย่างมันดีไปหมด เค้าเหมือนเป็นโลกทั้งใบของพิมเลย แต่สุดท้ายก็ไปกันไม่รอด เพราะมีเหตุทำให้ต้องเลิกรากันไป”

“ส่วนรักครั้งที่ผ่านมาล่าสุด คนเชียร์เยอะมากๆ เป็นเหมือนรักแรกพบ และพิมก็ค่อนข้างซีเรียสกับครั้งนี้ว่าเราจะต้องทำให้ดี เริ่มคาดหวังกับอนาคต จนเริ่มเจ้ากี้เจ้าการทุกสิ่งอย่าง จัดแจงว่าวันหยุดต้องเจอกัน ถ้าว่างต้องไปหา โดยที่ไม่ได้ดูคนข้างๆ ตัวเองเลยว่าเค้าติ๊สด์มากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องจบ ตอนนั้นพิมเหมือนคนบ้า ร้องไห้ตลอด ชีวิตมันแย่มากๆ และหลังจากนั้นไม่นาน ก็ต้องมารู้ว่าพิมป่วยเป็นมะเร็ง”

หัวใจที่บอบช้ำของ”พิมพ์มาดา” กลับมาเข้มแข็งจนสามารถเอาชนะมะเร็งได้

ติดตามรายการ “คลับ ฟรายเดย์ โชว์ based on celeb story”  ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 19.00-20.00น. ทางช่อง GMM25 (กดเลข25)

มะนาว ศรศิลป์ ถูกแซว!! จากเด็กใส่เหล็กดัดวันนี้มาไกลมาก

มะนาว ศรศิลป์ ถูกแซว!! จากเด็กใส่เหล็กดัดวันนี้มาไกลมาก 9c06ec512feb0f5d35a684fce6b3d160_1471867686

7a203e3b96b09d397975aed8002a7392_1471867689

มะนาว ศรศิลป์ ถูกแซว!! จากเด็กใส่เหล็กดัดวันนี้มาไกลมาก

ยิ่งโตยิ่งสวย สำหรับนักแสดงสาว “มะนาว ศรศิลป์” แต่กลับถูกมือดีตั้งกระทู้นำภาพสมัยก่อนมาเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ทั้งยังแซวว่าเธอมาไกลเหลือเกิน

งานนี้พอ มะนาว ได้ฟังถึงกลับรีบขอบคุณ และเผยว่ารู้สึกภูมิใจที่คนพูดแบบนี้ แต่ยืนยันไม่ได้ไปทำศัลยกรรมมาแน่นอน แค่ดัดฟันให้เสร็จตอนนี้ยังใช้เวลามานานหลายปีแล้ว

มีข่าวว่าเราทะเราะกันจริงๆ กับ กรีน ในกองละครขมิ้นกับปูน?
“หนูว่าด้วยบทที่ค่อนข้างหนักและเครียดเหมือนกัน อีกอย่างหนูยังไม่เคยเล่นร้ายแบบนี้ ก็ต้องนั่งทำการบ้านค่ะ ทุกคนจะมีมุมของตัวเองหมด อย่างพี่กรีนค่อนข้างจะยากสุด และเล่นหลายคาแร็คเตอร์ อีกอย่างละครบทพีเรียดมันจะยาก ด้วยคำพูด การแสดง เลยทำให้ตัวเองต้องมีพื้นที่เป็นของตัวเองบ้าง แต่จริงๆ เรารักกันค่ะ ในกองไม่มีอะไร ปรึกษา คุยกันปกติ”

ได้แยกห้องแต่งตัว หรือห้องแต่งหน้ากันบ้างหรือเปล่า?
“ห้องแต่งตัวมีห้องเดียว (หัวเราะ) และเราก็ใช้ช่างแต่งหน้าร่วมกันอยู่แล้วค่ะ ไม่ได้มีอะไร คือเวลาอ่านบทนักแสดงแต่ละคนจะค่อนข้างมีสเปซ พอมาถึงก่อนเข้าฉากก็ต้องมีต่อบทส่งอารมณ์กัน”

พอข่าวออกมาได้คุยกับพี่กรีนบ้างหรือยัง?
“ก็คุยกับพี่กรีนตลอด วันนี้ก็เพิ่งคุยกัน ไลน์ไปยืมของ (หัวเราะ) คุยเป็นปกติ มันไม่ได้มีอะไร ขำๆ เหมือนคนอาจจะอินจากตัวละครเยอะไปหรือเปล่าที่พี่กับน้องด่ากันต้องเกลียดกัน ต้องทะเลาะกัน พี่กรีนเป็นพี่ที่น่ารัก เหมือนเราสนิทใจด้วยค่ะ”

ยืนยันว่าไม่มีเกาเหลาแน่นอน?
“ไม่มีเกาเหลาค่ะ รักกันดี (ยิ้ม)”

มีกระทู้นำภาพเรามาเปรียบเทียบว่าเรามาไกลมาก จากเด็กใส่เหล็กดัดฟัน?
“มันก็รู้สึกภาคภูมิใจนะคะกับคำว่ามาไกล คนเราก็ต้องมีพัฒนาตัวเองบ้าง โตขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น โตเป็นสาว หรือการแต่งตัวอะไรก็แล้วแต่ คือเรารู้สึกว่าเราต้องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ และการแสดงเราก็อยากจะพิสูจน์ให้แฟนๆ ละครเห็นว่า เราก็มีศักยภาพ อยากเป็นนักแสดงที่ดีค่ะ”

เห็นว่าดัดฟันตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ?
“ยังเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่เข้าที่เลยค่ะ นี่จัดมาหลายปีเหมือนกัน แล้วก็เปลี่ยนหมออีกแล้วค่ะ”

คนเลยสงสัยเคยแอบไปศัลยกรรมอะไรบ้างหรือเปล่า?
“อันนี้ขอจัดฟันก่อนค่ะ หมดไปหลายบาทเหมือนกัน เอาฟันให้อยู่ก่อนค่ะ (หัวเราาะ)”

มีอะไรอยากทำเพิ่มเติมไหม?
“อยากจัดฟันให้เสร็จก่อนค่ะตอนนี้ เพราะเหลืออีกตั้ง 2 ปี”

ยืนยันว่าไม่ได้ไปทำศัลยกรรมอะไรเลย?
“ไม่ได้ทำค่ะ เราร้องดูแลตัวเอง ทั้งเรื่องผิวพรรณ ขัดผิวบ้าง ดูแลหน้าไม่ให้มีสิว หนูว่าแค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ”

เรื่องความรักล่ะ โอเคไหม?
“เรื่อยๆ ค่ะ (หัวเราะ)”

มีเวลาเจอกันบ้างไหม?
“อย่างว่าเหมือนเราเองก็ทำงาน เขาเองก็ทำงาน แต่ถ้าว่างก็คุยกันปกติอยู่แล้วค่ะ”

ก่อนหน้านี้มีภาพเราควงกันไปซื้อของที่ตลาดใส่ชุดบอลเหมือนกัน?
“จริงเหรอ อันนี้ยังไม่เห็นภาพ แต่ถ้าว่างเราก็ไปเดินกินข้าวปกติอยู่แล้วไม่ได้มีอะไร หรือจะเป็นแฟนคลับที่แชร์รูป เพราะบางทีแฟนคลับของถ่ายรูปกับพวกเรา เราก็ถ่ายอยู่แล้วค่ะ”

เวลาไปไหนด้วยกัน จำเป็นต้องใส่ชุดบอลทุกครั้งหรือเปล่า?
“ไม่จำเป็น แต่ด้วยตัวนาวเองปกติเป็นคนสไตล์แมนๆ ห้าวๆ อยู่แล้ว ก็จะชอบใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงเท่าไหร่ค่ะ”

ความรักครั้งนี้ถือว่าเปิดเผยได้แล้วใช่ไหม?
“อย่างที่บอกค่ะคือเราไม่ได้ปิดใคร ถ้าว่างก็ไปกินข้าว เจอกันปกติ แต่ถ้าถึงเวลาทำงานเราก็ต่างคนต่างทำงานค่ะ”

เครดิตภาพ IG: manow28

กบ ปภัสรา สวีทหวานคู่สามี ฉลองแต่งงาน 5,840 วัน

กบ ปภัสรา สวีทหวานคู่สามี ฉลองแต่งงาน 5,840 วัน

4417_14716973514418_1471697351

กบ ปภัสรา สวีทหวานคู่สามี ฉลองแต่งงาน 5,840 วัน

เป็นอีกหนึ่งคู่รัก..ตัวอย่างของวงการบันเทิงจริงๆ สำหรับดาราและผู้จัดคนเก่ง “กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์” เพราะล่าสุดเห็นโพสต์หวานปนซึ้ง เพื่อฉลองครบรอบวันแต่งงาน 5,840 วัน หรือ 16 ปีเต็ม ที่เคียงคู่กับสามี พี่เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์

งานฉลองครั้งนี้ทั้งคู่ได้จัดปาร์ตี้เล็กๆ เพื่อรำลึกถึงความหลังของทั้งคู่ 16 ปีผ่านไป ความรักไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับผลผลิตของทั้งคู่ น้องเหนือ ลูกสาวของทั้งคู่ ที่คอยเป็นผู้ช่วยจัดการฉลองครั้งนี้ให้กับพ่อแม่ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมกับโพสต์ข้อความไว้ว่า…

“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน 16 ปี 5840 วัน หนูขอบคุณปะป๋านะคะ ที่รักและดูแลหนูมา ครบทุกอย่างจริงๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หนูสิเกเรเอาแต่ใจอิอิปะป๋าไม่บ่นไม่ว่าแถมตามใจอีก รักนะปะป๋าของหนูและลูกค่ะ”

ภาพจากอินสตาแกรม @papassara_2512

กิ๊ก สุวัจนี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก กับบทบาทคุณแม่ลูกสาม

กิ๊ก สุวัจนี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก กับบทบาทคุณแม่ลูกสาม13721179_1753533031557535_992746671_n_1471826768

13248905_1204630609548454_1453998350_n_1471826768

กิ๊ก สุวัจนี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก กับบทบาทคุณแม่ลูกสาม

ใกล้จะคืนวงการแล้วสำหรับนางร้ายเบอร์หนึ่งตลอดกาลอย่าง กิ๊ก สุวัจนี หลังจากเว้นวรรคพักงานแสดงไปทุ่มเทให้กับครอบครัว ดูแลสามีและลูก ๆ ทั้ง 3 คน แต่ล่าสุดเจ้าตัวกำลังฟิตหุ่น เตรียมตัวกลับมาโลดแล่นหน้าจออวดฝีมือการแสดงขั้นเทพให้ได้ชมกัน เพราะลูกชายคนเล็ก น้องธอน วัย 3 ขวบ ถึงวัยเข้าโรงเรียนแล้ว และจ้าตัวก็คิดถึงวงการคันไม้คันมืออยากจะกลับมาเล่นละครเต็มแก่

สำหรับครอบครัวของกิ๊ก สุวัจนี เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่อบอุ่นน่ารัก คุณแม่กับคุณลูกมีกิจกรรมด้วยกันตลอดทั้งในบ้านและนอกบ้าน เรียกว่าเป็นได้ทั้งแม่และเพื่อนของลูกๆ ในเวลาเดียวกัน ล่าสุดเมื่อวันแม่คุณแม่กิ๊ก ไปงานที่โรงเรียนลูก แอบเห็นว่าน้ำตาคลอหน่วยเบาๆ มีลูกน่ารักคนเป็นแม่ก็ปลื้มแบบนี้ล่ะเนอะ

น้องนาย ณภัทร ควงคุณแม่เที่ยวเมียนมาร์ ปรับลุคนุ่งโสร่งให้ดูกลมกลืน ขอบอกว่าเท่มาก

น้องนาย ณภัทร เที่ยวเมียนมาร์ปรับลุคนุ่งโสร่งดูเท่มาก

4_14716070255_1471607191

น้องนาย ณภัทร เที่ยวเมียนมาร์ปรับลุคนุ่งโสร่งดูเท่มาก

น้องนาย ณภัทร ควงคุณแม่เที่ยวเมียนมาร์ ปรับลุคนุ่งโสร่งให้ดูกลมกลืน ขอบอกว่าเท่มาก 

เป็นทายาทคนบันเทิงและนักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงมากสำหรับหนุ่มน้อย น้องนาย  ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ แม่หมู พิมพ์ผกา ก่อนหน้านี้เราได้เห็น น้อยนาย เพียงแค่แว้บไปแว้บมาในวงการบันเทิงเท่านั้น

แต่นาทีนี้ชั่วโมงนี้ น้องนาย ก้าวเข้ามาเป็นน้องใหม่ของวงการแล้วและฮอตมากๆ อีกด้วย มีละคร ถ่ายโฆษณา เดินแบบ ถ่ายแบบ ครบเครื่องมากจริงๆ

ล่าสุด หลังผ่านพ้นวันแม่มาแล้ว น้องนาย ขอพาแม่เที่ยวบ้างกับทริปไหว้พระที่เมียนมาร์ จากภาพในอินสตาแกรมที่เราได้เห็น น้องนาย นุ่งโสร่งดูเป็นหนุ่มเมียนมาร์มาก ต้องบอกว่าหล่อและเท่ที่สุด

ภาพจาก IG: naphat_nine, pimpaka

น้องแพร เปิดใจเหตุสามีดาราชาย ฟ.ทำร้ายลูกทิ้งเมีย

13932772_1430850320265350_6133154794225719289_n_1471612169 - Copy13935164_1430848913598824_4186494307022899082_n_1471612170

กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกโซเชียลฯ ขึ้นมาทันที เมื่อคุณแม่ลูกอ่อน “แพร์ ชนิตา สุวรรณานุช” เปิดฉากระบายความอัดอั้นตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับสามีนักแสดงวัยรุ่นจากละครซีรีส์น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ อย่าง “ฟิล์ม ณัฐกวี” หลังเจอพฤติกรรมที่ฝ่ายหญิงอ้างว่า มีการนอกใจ ทำลายข้าวของ รวมถึงทำร้ายลูกชายที่ขณะนั้นมีอายุเพียง 3 เดือน จนเกิดรอยฟกช้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ได้สร้างความแคลงใจให้กับแฟนๆ และคอบันเทิงว่า เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่แต่งขึ้นกันแน่!?

ซึ่งล่าสุดเวลา 18.00 น. วันที่ (19 ส.ค.) ที่ผ่านมาแพร์ ชนิตา ภรรยาสาวซึ่งเป็นคนโพสต์เรื่องราวดราม่าดังกล่าว ก็ได้ใช้พื้นที่รายการ “EFM on TV” เปิดใจแบบหมดเปลือกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเผยในคืนวันที่ตัดสินใจโพสต์ข้อความลงโซเชียลฯ ฝ่ายชายได้มีการติดต่อมาหาหลายครั้งแต่ตนไม่ได้รับสาย ก่อนออกปากไม่เคยคิดอยากให้อีกฝ่ายถูกตัดอนาคต แค่อยากให้เปลี่ยนตัวให้ได้ก็เท่านั้นเอง…

เราเริ่มต้นคบกันรู้จักกันได้ยังไง ?
“ตอนที่แพร์เจอเขา ตอนนั้นแพรเป็นนักศึกษาอยู่ค่ะ ซึ่งเขาก็เป็นคนจีบแพร์นะ และเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเราเรียนจบก็เลยตกลงที่จะเป็นแฟนกัน ส่วนเรื่องแต่งงาน เราแต่งงานกันหลังจากที่มีลูกด้วยกันแล้ว ซึ่งอายุของลูกตอนนั้นก็คือประมาณ 6 เดือน ในวันที่แต่งครอบครัวฝ่ายชายก็ไม่รู้เรื่องด้วย เพราะเขาอ้างความเป็นดารากับแพร์ ซึ่งแพร์ต้องบอกก่อนว่าช่วงแรกที่เราคบกันเขาปฏิบัติตัวกับแพร์ดีมาก ก่อนที่เขาจะเข้าวงการเขาคือเพอร์เฟคแมน”

“แพร์ต้องบอกว่าอุปนิสัยเขาก่อนเข้าวงการเขาคือผู้ชายนิสัยดี น่ารัก นอบน้อม เข้ากับทุกคนได้ง่ายมาก แต่พอเขาได้เข้าวงการแล้วเนี่ย มันเหมือนว่าเขาต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เขาไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตครอบครัวได้เป็นปกติ ไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ได้ แถมยังขี้หงุดหงิดมากๆ อันนี้แพร์มองว่าอาจจะเป็นเพราะภาวะความกดดันในงาน หากเขาลงที่ใครไม่ได้และถ้าเราทำอะไรให้ไม่พอใจนิดหน่อยเขาก็จะปรี๊ดใส่เรา”

ทำไมเราถึงยอมไม่ให้ครอบครัวฝ่ายชายรู้เรื่องที่เราคบกัน ?
“เพราะเขาบอกกับแพร์ว่าเขาต้องเป็นดารา ซึ่งในจุดนั้นแพร์ไม่ได้แคร์ใครนอกจากลูก แพร์มีความสุขเวลาที่เขากลับมาบ้าน เพราะในเวลาที่เขาดีคือเขาก็ดีมากๆ แค่นั้นแพร์ก็โอเคแล้ว”

อย่างช่วงแรกเราบอกว่าเราแต่งงานกับเขาตอนลูก 6 เดือน แต่ที่เราโพสต์เราบอกว่าเขาทำร้ายลูกตอนลูกอายุ 3 เดือน ทำไมเราถึงยังแต่งงานกับเขา ?
“ไม่มีใครรู้เรื่องทำร้ายร่างกายนอกจาก เพื่อนสนิทแพร์ น้าแพร์ และก็คุณแม่ค่ะ ส่วนเรื่องแต่งงานอันนั้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทางบ้านแพร์ที่เขาต้องการให้มีพิธีขึ้นเพื่อหน้าตาทางสังคม ซึ่งสุดท้ายเราก็ต้องยอม เพราะเอาจริงๆ ตัวแพร์เองก็ไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ คือหลังจากแต่งงานได้ 1 วัน แพรก็จับได้ว่าเขานอกใจ”

สภาพน้องตอนที่โดนทำร้ายเป็นยังไงบ้าง ?
“บอบช้ำ แต่น้องยังร่าเริงได้อยู่ อีกอย่างวันนั้นแพร์กับแม่ก็พาน้องไปหาหมอตรวจเช็คร่างกาย ยอมรับเลยค่ะว่าตอนนั้นเสียใจมาก มันเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก รุนแรงมากจริงๆ และสุดท้ายเราก็แยกกันอยู่สักพัก คือที่ผ่านมาแพร์เองก็ให้โอกาสเขามาตลอด แพร์ไม่แฉ ไม่เปิดเผย ไม่แจ้งความ เพราะแพร์คิดเสมอว่าการที่เขาร้ายใส่เรามันไม่ได้หมายความว่าเราต้องร้ายตอบกลับ เราแค่ดึงตัวเองกับลูกออกมาจากเขาก็พอ”

เรารู้สาเหตุไหมว่าทำไมเขาถึงทำร้ายลูกขนาดนั้น ?
“เหมือนเขาไม่มีสติ เหมือนเขาเครียด และเขาก็จัดการอารมณ์ของเด็กไม่ได้เพราะลูกร้องไห้หนักมาก รวมถึงวันนั้นแพร์ไม่ร้านสะดวกซื้อนาน มันก็เลยอาจจะทำให้เขาเครียด สุดท้ายเขาก็เลยทำรุนแรงไปเพราะความที่เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้วด้วย”

จริงๆ เขาเคยทำร้ายร่างกายเราด้วยไหม ?
“จะมีในช่วงหลังๆ ค่ะ เวลาที่เขาหงุดหงิด โมโห หรือแพร์พูดไม่เข้าหูไม่ถูกใจเพราะแพร์เองก็เหนื่อยกับการเลี้ยงลูก และพอเรามาปะทะกันต่างฝ่ายต่างไม่หยุด มันก็เลยกลายเป็นเรื่องเกิดขึ้น มีการทำร้ายร้างกายแพร์บ้าง 2-3 ครั้ง ทำลายข้าวของบ้าง แต่ทุกครั้งที่มีปัญหาแพร์ก็จะขับรถออกมา เพราะแพร์รู้ว่าแพร์สู้อะไรเขาไม่ได้”

ตอนที่เขาขอให้ปกปิดสถานะ ตอนนั้นเราก็โอเคหรือยังไง ?
“จริงๆ แพร์คิดจะเลิกนะคะ เพราะแพร์เองก็อยากให้เขาไปมีอนาคต แต่เป็นตัวเขาเองที่บอกว่าเขายังเลิกไม่ได้ เขายังอยากดูแลแพร์ อยากดูแลลูก อยากเจอลูก ซึ่งมันก็เลยทำให้แพร์ยอมที่จะอยู่ในสถานะที่ว่า “โลกของเขาก็คือโลกของเขา ส่วนโลกของเราในสถานะพ่อแม่ลูกก็คือที่บ้าน” ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกต่างๆ ในช่วงแรกๆ ที่เขายังไม่ได้มีรายได้มาก ก็จะเป็นทางบ้านแพร์มากกว่าที่เป็นคนช่วยดูแล”

อะไรคือสาเหตุที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกกับคนนี้เด็ดขาด เพราะเห็นว่าคบกันอยู่ด้วยกันแบบนี้มาเกือบ 4 ปี ?
“พอละครเขาเริ่มออนแอร์เขาก็มาบอกกับแพร์ว่าเขาไม่สามารถมาใช้ชีวิตอยู่กับแพร์ได้แบบนี้แล้วนะ เขาต้องการเลิก ซึ่งตอนนั้นแพร์ก็ยินดี คืออยากให้นึกภาพตามว่าเราจะไปอยากรั้งเขาไหม เขาพูดมาตรงๆ แบบนี้แล้ว อีกอย่างตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็ไม่สามารถไปไหนมาไหนแบบพ่อแม่ลูกได้อยู่แล้ว เพราะแพร์ไปแค่กับลูกสองคนตลอด ถามว่าเสียใจไหมที่เขาอยากเลิก เสียใจค่ะเพราะเราฝ่าฟันกันมาเยอะ แต่ด้วยความที่เขามีอนาคตและแพร์เองก็ไม่อยากไปทำร้ายอนาคตเขา แพร์ก็เลยยอม”

คือเราบอกว่าเราโอเคที่เขาจะไปเป็นดาราและยินดีเลิก แล้วทำไมถึงได้ออกมาโพสต์ข้อความ ?
“คือเขายังทำตัวเหมือนปกติค่ะ เขาทำเหมือนแพร์ยังเป็นแฟนเขาทุกอย่าง เขายังมาบอกกับแพร์ว่าเขาไม่มีใคร เขายังรู้สึกกับแพร์เหมือนเดิม ไม่อยากให้แพร์หายไปไหน คือมันเหมือนกับว่าความรู้สึกแพร์ตอนนั้น มันเหมือนเราโดนรถสิบล้อชนตอนที่เขาบอกเลิกไปแล้ว และในขณะที่เรากำลังเยียวยาตัวเองได้เขาก็ถอยรถสิบล้อคันนั้นกลับมาชนซ้ำอีก เพราะแพร์มารู้ทีหลังว่าจริงๆ แล้วเขาก็คุยกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ และเขาจะมาพูดกับแพร์แบบนี้ทำไม ทำไมคุณไม่ให้แพร์ไปไหน คุณบอกว่าคุณรักแพร์รักลูก แต่จริงๆ คุณรักตัวเอง”

“อีกสาเหตุหนึ่งเลยก็คือแพร์ไม่อยากให้ผู้ชายแบบนี้ไปทำกับใครอีก แพร์ไม่ได้หึงหวงหรือกลัวจะโดนเทเลย แพร์รู้ดีในสังคมมีคนแบบนี้เยอะแต่ที่ยังลอยนวลได้ก็เพราะเขาไม่ได้เป็นดารา แต่กับผู้ชายคนนี้การเป็นดารามันคือจุดอ่อนของเขาที่เขากลัว และมันก็เป็นจุดที่เขาเอามาทำร้ายผู้หญิง เพราะการที่เขาเป็นดาราผู้หญิงที่ไหนก็อยากจะเข้าหา ดังนั้นภาพที่คุณสร้างไว้มันดูดีมาก แต่มันก็มีอีกมุมที่ฉันเห็นอยู่แค่คนเดียว ฉันก็ขอประกาศให้โลกรู้ไปเลยล่ะกันนะคะมันที่คุณไม่ดีมันเป็นยังไง ซึ่งหลังจากที่แพร์โพสต์ออกไปก็มีหลายคนส่งข้อความเข้ามาว่าเขาก็เคยโดนผู้ชายคนนี้หลอกเหมือนกัน”

แล้วทำไมเราถึงเลือกเรื่องที่เขาทำร้ายลูกออกมาแฉด้วย ?
“คือถ้าออกมาประกาศแค่ว่าเขานอกใจฉันมันก็เหมือนกับแค่เรื่องทั่วไป เพราะสังคมสมัยนี้มันมีเยอะมาก แต่เรื่องลูกมันคือเรื่องละเอียดอ่อน และมันคือเรื่องจริง ซึ่งแพร์ไม่ผิดที่แพร์จะเอาออกมาพูด แต่เขาทำร้ายลูกแค่ครั้งเดียวนะคะ”

ตอนที่เขาทำร้ายลูกเขาไม่ได้เมาอะไรใช่ไหม ?
“อาจจะเครียดมากกว่าค่ะ”

การที่เราโพสต์เราแค่อยากตัดเขาออกไป ไม่ได้อยากให้เขาแสดงความรับผิดชอบ ?
“ไม่อยากให้เขาแสดงความรับผิดชอบเลยค่ะ ถ้าอยากให้เขาแสดงความรับผิดชอบแพร์ไม่โพสต์ดีกว่า อีกอย่างที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นถึงโพสต์ไม่โพสต์ความรับผิดชอบก็เหมือนเดิม คือแพร์ดูแลลูก”

เห็นว่าเราต้องทำขนมเลี้ยงลูกด้วย ?
“ใช่ค่ะ แพร์ทำขนมแบรนด์ตัวเองขายออนไลน์ เพิ่งจะเริ่มทำเลยเพราะมันไม่มีอาชีพไหนที่เราจะสามารถหอบลูกไปทำงานได้ ถึงแม้รายได้จะไม่ได้มาก แต่เราก็มีความสุขค่ะ”

จริงๆ เขาเคยให้เงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบ้างไหม ?
“เขาบอกว่าเขาให้ได้ตามกำลังเขาค่ะ เอาจริงๆ แพร์ก็ขอนะ ขอเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่อนรถกับของใช้ลูก แต่ค่าใช้จ่ายของแพร์เขาไม่ต้องให้เลย แพร์หากินเองได้”

ฟีดแบคหลังจากที่เราโพสต์ออกไปเป็นยังไงบ้าง ?
“ฟีดแบคจากทางเขาแพร์ไม่รู้เลยเพราะแพร์ไม่ได้ติดต่อไปหาเขา แต่มีค่ะที่เขาโทรมาวันนั้นที่แพร์โพสต์ ซึ่งแพร์ก็บล็อกไป คือแพร์ไม่อยากรับรู้แล้วว่าอะไรเป็นยังไง แพร์แค่อยากให้แพร์เป็นเคสสุดท้ายที่เขาทำก็พอ”

อย่างข้อความแชทที่ออกมาและเขาเขียนว่าเรามีคนอื่น อันนี้คือเรื่องจริงหรือเปล่า ?
“เขากลัวค่ะ กลัวว่าแพร์จะไปแอดเพื่อนเขา เขากลัวเพื่อนเขารู้ว่าเขามีลูกกับแพร์ ดังนั้นเขาก็เลยทำเป็นสไตล์ว่าหึงหวง แต่จริงๆ ก็คือกลัวเพื่อนเชื่อมโยงได้ว่าเขามีครอบครัว”

ล่าสุดที่พ่อเขามีความเคลื่อนไหวและโพสต์ข้อความออกมา เรารู้สึกยังไงบ้าง ?
“แพร์เพิ่งเห็นเมื่อสักครู่นี้เหมือนกันค่ะ และแพร์ก็อยากจะบแกตรงนี้เลยนะคะเผื่อเขาได้ยิน “แพร์ชอบเผชิญหน้ากับความจริงมากค่ะ ไม่อย่างนั้นแพร์ไม่นั่งอยู่ตรงนี้หรอก””

เหมือนก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่รู้ว่าเขามีลูกมีครอบครัวกับเรา ?
“ใช่ค่ะ คนที่รู้มีแค่บ้านเขา น้าเขา กับฝ่ายแม่เขาค่ะ ถามว่าทำไมแพร์ถึงยอมให้เขาไม่รู้ ก็คือมันไม่มีผลกระทบอ่ะค่ะ เพราะถึงเขารู้และเขาไม่ได้ช่วยเหลือเรามันก็ไม่ได้มีค่าอะไร เรารับผิดชอบตัวเองดีกว่า”

จริงๆ การที่เขาเปิดเรื่องเราไม่ได้เป็นเพราะต้นสังกัดเขาขอไว้หรือเปล่า ?
“แพรก็ไม่รู้นะคะ หรือเป็นเพราะดาราอาจจะยังมีลูกไม่ได้ หรือเขาอยากตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการเลิกกับเราดีกว่า แต่อย่างที่บอกค่ะถ้าเขาไปเลยไปตั้งแต่ตอนที่บอกเลิก ไม่ถอยรถสิบล้อกลับมาทับพแพร์อีก มันก็คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้”

รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้ผู้ใหญ่ก็สั่งพักงานเขาไปแล้ว ?
“แพร์ก็ไม่ได้อยากให้เขาถูกสังคมลงโทษถึงขนาดตัดอนาคต หรือไม่ให้งานเขานะคะ แพร์แค่อยากให้เขาแก้ไขตัวเองได้ ปรับปรุงตัวเองได้ แพร์เห็นใจเขานะเพราะแพร์ก็มีลูกชาย แพร์ก็มีแม่ และสิ่งที่แพร์อยากโพสต์แพร์ก็แค่อยากให้คนรู้ว่าเขาทำร้ายร่างกายนะ เขามีผู้หญิงอื่นนะ แพร์ไม่ได้อยากให้ใครต้องมาเป็นเหยื่ออารมณ์เขาอีก”

จะมีโอกาสใจอ่อนกลับไปคืนดีกันอีกไหม ?
“ไม่มีแล้วค่ะ แต่ถ้าความเป็นพ่อกับลูกแพร์ให้เขากับลูกเป็นคนตัดสินใจค่ะ”

เอกสารรองรับบุตรเขาเซ็นต์รับด้วยหรือเปล่า ?
“มีค่ะ มีในใบเกิดเป็นชื่อเขา คือแพร์เป็นคนขอเขาไว้ เพราะแพร์มองว่ามันจำเป็นสำหรับลูก แพร์ไม่ได้คิดอะไรแพร์ขอแค่ให้มีชื่อเขาแค่นั้นจริงๆ เรื่องเงิน เรื่องทองแพร์ไม่เอาก็ได้ ขอแค่ให้เขาเซ็นต์เพื่อลูก”

ถ้าครอบครัวเขาขอคุยหรือติดต่อมาเราโอเคไหม ?
“ไม่ต้องติดต่อมาค่ะ แพร์ไม่ติดต่อด้วย และแพร์ขออย่างเดียวอย่าพูดอะไรที่กระทบแพร์กับลูกแค่นั้น ส่วนอื่นคุณจะพูดอะไรให้ตัวเองดูดีหรือกลับมาในสังคมยังไงก็ได้แพร์ไม่ว่าค่ะ”

ลูกรู้ไหมว่าพ่อคือใคร ?
“รู้ค่ะ เพราะลูกเพิ่งจะเริ่มพูดเก่งขึ้น เริ่มถามว่าป๊าไปไหน ป๊าเที่ยว (ยิ้ม)”

เราอยากบอกอะไรเขาไหม ?
“อยากบอกว่าคุณรู้ดีว่าผิดชอยชั่วดีเป็นยังไง คุณเข้าวัดเข้าวาคุณรู้หมด แต่ถ้าคุณไม่เอามาปฏิบัติเอามาใช้ ต่อให้คุณเลิกกับชั้นไปคุณก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ คือเราอาจจะไม่ใช่คู่แท้ แต่ชีวิตความเป็นพ่อมันจะติดตัวคุณไปตลอด ลูกก็ยังรู้ว่าคุณคือพ่อ ดังนั้นมันก็อยู่ที่คุณแล้วว่าคุณจะทำตัวเป็นพ่อไหม”

แม่กลับมาแล้ว! มาช่า วัฒนพานิช สวยคงกระพัน 40 อัพก็ยังเป๊ะ

แม่กลับมาแล้ว! มาช่า วัฒนพานิช สวยคงกระพัน 40 อัพก็ยังเป๊ะ

แม่กลับมาแล้ว! มาช่า วัฒนพานิช สวยคงกระพัน 40 อัพก็ยังเป๊ะ

คัมแบ็คทั้งทีไม่มีคำว่าธรรมดา มาช่า วัฒนพานิช ดีว่าเมืองไทย โชว์ลีลาเซ็กซี่ตัวแม่และความสวยแซ่บ เผ็ดมาก! 

หายหน้าหน้าตาไปพักใหญ่ ดาราสาวพราวเสน่ห์ มาช่า วัฒนพานิช กลับมาครั้งนี้ในผลงานเพลงประกอบ ภาพลวงตาเดอะซีรีส์ ในเพลง ภาพลวงตา เวอร์ชั่นใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมแค่ได้ยินจังหวะเพลง ชะนี เก้ง กวางก็พร้อมจะลุกขึ้นโชว์เสต็ป

นอกจากความสามารถในการร้องเพลง แสดงละคร นางแบบ เรื่องความสวยของ มาช่า ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีความสวยเป๊ะตั้งแต่เด็กยันโต ความชราไม่อาจทำร้ายความสวยให้ลดน้อยลง ยังคงดูแลตัวเองให้หุ่นปัง หน้าเป๊ะ ไม่แก่เลยสักนิด

และอีกไม่ถึง 7 วัน ดาราสาวพราวเสน่ห์ มาช่า วัฒนพานิช จะก้าวเข้าสู่วัย 46 เต็มตัว ในวันที่ 24 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ขอพาสาวๆ ที่กำลังคิดถึงความสวยคงกระพันของคุณแม่ ด้วยการรวมรวบภาพวันวานตั้งแต่สมัยยังเด็กจนถึงปัจจุบัน มาฝากแฟนๆ ให้หายคิดถึง ใครที่ดูแล้วต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า สวยเหมือนตอนสาวๆ เลยค่ะ

“ไอเดียร์ ธันลดา” เป็นงง ถูกโยงเป็นมือที่สาม อั้ม-แอมป์ รักล่ม

"ไอเดียร์ ธันลดา" เป็นงง ถูกโยงเป็นมือที่สาม อั้ม-แอมป์ รักล่ม

2531_14715291592532_1471529159

“ไอเดียร์ ธันลดา” เป็นงง ถูกโยงเป็นมือที่สาม อั้ม-แอมป์ รักล่ม

เป็นอีกหนึ่งประเด็นซุบซิบนินทากันอยู่ตลอดนี้ เมื่อมีการจับโยงผูกเรื่องว่า “ไอเดียร์ ธันลดา” ดาราสาวดาวรุ่งสังกัดของ พี่เอ ศุภชัย กลายเป็น “มือที่สาม” ที่เป็นต้นเหตุทำให้รักระหว่างของ “อั้ม พัชราภา” กับ“แอมป์ พิธาน” ต้องล่มจบลง….

ล่าสุดทางด้าน สาวไอเดียร์ ต้องออกมาโพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ผ่านทางอินสตาแกรม@ideathanrada หลังได้พูดคุยกับ สาวอั้ม ยืนยันว่า แปลกใจกับข่าวลือที่ออกมา โดยยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับ หนุ่มแอมป์ เป็นการส่วนตัวมาก่อน และไม่ได้เป็นมือที่สามที่ให้รักของดารารุ่นพี่ต้องจบลง

“หนูรู้จักและเป็นน้องพี่อั้มนะคะ ไม่ได้รู้จักกับพี่แอมป์เป็นการส่วนตัวเลย ไม่เคยไปทานข้าว และไม่เคยไปไหนด้วยกันเลย ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ”

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังใจเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็ยังมี สาวอั้ม ที่เข้ามาโพสต์ต่อเรื่องด้วยว่า “พี่ตามมาให้กำลังใจ อย่าคิดมามากนะ ทุกคนอย่าเข้าใจน้องผิดนะคะ น้องไอเดียร์ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่ได้รู้จักแอมป์เป็นการส่วนตัวจริงๆ สู้ๆ นะคะ”

ภาพจากอินสตาแกรม @ideathanrada @aum_patchrapa